Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารสำหรับ พฤษภาคม, 2011

สามเดือนที่ผ่านมา อยู่กับการเขียนงานที่ยังใช้งานไม่ได้เลย ต้องเขียนบทที่ 1 ของงานวิจัย ที่ต้องนำเสนอปัญหาวิจัย ให้ชัดเจน และวิธีการแก้ไขปัญหาตามหลักการและ ทฤษฎีที่นำมาใช้…เขียนไปอย่างไร อาจารย์ก็ยังไม่ให้ผ่าน เลยกลับมานั่งคิด นอนคิด ไม่เท่านั้น เดินคิดด้วย ว่าปัญหาของการเขียนมันคืออะไร แล้วก็พบว่า ปัญหาของเราคือ สาเหตุของปัญหางานวิจัยมันยังไม่ชัด เราคิดไปเองว่าปัญหาของเป้าหมายเราเป็นแบบนี้ มันเป็นจริงเมื่อหลายเดือนก่อน แต่มาบัดนี้ เวลาเปลี่ยนปัญหาเปลี่ยน เพราะมุมมองเราเปลี่ยนด้วย เราคิดได้ขณะเดินกลับบ้านแล้วมองต้นไม้ไปด้วย แล้วมันก็ปิ๊ง…ขึ้นมาว่าเราต้องเข้าใจอะไรใหม่แล้ว อย่าติดกับความคิดเดิม ๆ ก็เลยเริ่มมองกลุ่มเ้ป้าหมายในมุมมองใหม่ ๆ สแกนวงจรการทำงานของเป้าหมาย ตั้งแต่ต้นจนจบ เขียนเป็นแผนผัง แล้วเมื่อมีโอกาสไปร่วมกิจกรรมชุมชนกับเขา ก็ทำให้เห็นปัญหาของเขากว้างขวางขึ้น แล้วก็ยอมรับตัวเองว่าเราตกร่องมานาน คนเราไม่ควรตัดสินไปเอง ควรเก็บข้อมูลให้รอบด้านตามหลักของการทำวิจัย และจัดลำดับความสำคัญของปัญหา เพราะไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาได้ในคราวเดียวกัน หรืออาจมองที่เป็นจุดคานงัด(เลียนแบบเขามา) เพื่อว่าแก้จุดนั้น แล้วเกิดผลกระทบต่อจุดอื่น ๆ ให้คลี่คลายลงไปได้ แล้วความไม่ชัดนั้น มันไม่ชัด 2 อย่างคือ เขียนไม่ชัด หรือปัญหาไม่ชัดจริง ๆ ซึ่งอย่างแรกต้องมีวิธีการนำเสนอที่ตรงจุด ส่วนอย่างหลังทำให้การนำเสนอปัดเป๋ไปได้ เพราะว่าพอปัญหาไม่ชัดจริง ๆ [...]

Read Full Post »

โดย…นศภ.  ซูเฟียณี  เจะนิ นักศึกษาฝึกงาน คณะเภสัชศาสตร์  ม.รังสิต ฉันเชื่อว่า ชีวิตของคนเราเกิดมาย่อมมีความฝันเป็นของตนเอง  บางคนอาจค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบตั้งแต่เด็กๆจึงเลือกที่จะเดินตามทางที่ตนเองฝันตั้งแต่นั้นมา   บางคนอาจไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรหรืออยากเป็นอะไรได้แต่ลองผิดลองถูกเอาว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับเขา  แม้ว่าจะต้องเสียเวลาไปมากมายกับการค้นหาตัวเองก็ตาม   สำหรับฉันคิดว่าตัวเองคงจัดอยู่ในหมู่คนจำพวกที่สองที่ไม่รู้ว่าตัวเองใฝ่ฝันอยากเป็นอะไรกันแน่  พอมีคนที่รักและนับถือเสนอทางเดินที่ดีก็หยิบมาพิจารณาและเลือกที่จะเดินตามทางที่เขาเลือกให้ เผื่อว่าจะเป็นทางที่ใช่สำหรับตัวเอง และด้วยวิธีการที่ฉันเลือกเรียนเภสัชแบบไม่ปกตินี้เอง  ทำให้ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับวิชาชีพนี้มากมายนัก  รายละเอียดที่รู้ก็คงจะเหมือนกับคนทั่วไปที่คิดว่า หน้าที่ของเภสัชกรก็คงไม่พ้นการจัดยา และจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วย  จนในบางครั้งฉันยังอดคิดไม่ได้เลยว่า ตัวเองจะเรียนได้รึป่าวก็ไม่รู้   และแล้วเวลาได้พิสูจน์ให้ฉันได้รู้ว่า ตัวเองสามารถเรียนคณะนี้มาได้ตั้ง 3 ปีเต็มๆแล้ว ซึ่งเทียบกับฉันได้เดินทางมาครึ่งทางของความฝันแล้วซินะ   และทุกๆครั้งที่ฉันกลับบ้านคำถามยอดฮิตของคนที่บ้านมักถามเสมอก็คือ  “ตกลงเรียนเภสัชเขาเอาไว้จ่ายยาอย่างเดียวหรือ”  ฉันก็ได้แต่ยิ้มและตอบลวกๆไปว่า “อาจจะใช่มั้ง”(ก็จะตอบเขาไปได้ยังไงในเมื่อวิชาที่เรียนผ่านมาตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสาม ฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะเอาไปใช้ในการประกอบวิชาชีพได้ยังไง)  ด้วยความที่ฉันไม่สามารถตอบโจทย์เหล่านั้นได้  ดังนั้นเมื่อมีโครงการดูงานในช่วงภาคฤดูร้อนเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ทางมหาลัยจัดขึ้น ฉันจึงรีบฉวยโอกาสนี้ซะเลย  เพื่อที่จะได้รู้เสียทีว่าเภสัชกรเขาทำงานแนวไหนกันแน่  โดยฉันเลือกโรงพยาบาลยะหริ่งเป็นแหล่งฝึก เหตุผลที่เลือกที่นี่ก็เพราะ  เป็นโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านมากที่สุด และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ได้รู้มาจากแหล่งข่าวต่างๆที่บอกต่อกันมาว่า เภสัชกรโรงพยาบาลนี้ใจดีกันทุกคนเลย(นี้ไม่ได้ยอเล่นนะค่ะ แต่เป็นเรื่องจริง) ก่อนมาฝึกงานฉันคาดหวังไว้ว่า ฉันคงจะได้เรียนรู้ถึงบทบาทของเภสัชกรได้มากขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าการมาฝึกงานในครั้งนี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากกว่าที่คิดไว้เยอะ วันแรกๆที่เริ่มมาฝึกงานฉันนึกว่าพี่เขาคงจะให้ฉันแค่จัดยาตามใบสั่งแพทย์ จึงไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก ก็แค่จัดยา นับเม็ดยาใส่ถุง แค่นี้ใครๆเขาก็ทำได้ ตอนนั้นคิดไว้ว่าคงไม่ต้องใช้ความรู้ที่เรียนมากเท่าไรหรอกมั้ง ก็แค่ไปสังเกตการณ์เท่านั้นเองว่า เภสัชกรเขาทำอะไรกันบ้าง  แต่ที่ไหนได้ไปวันแรกแบยิ(ภก.ประสิทธิ์  แวจูนา)และกะมู [...]

Read Full Post »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.